Posted on Leave a comment

4 เช็กลิสต์ก่อนสร้างบ้านชั้นเดียวให้น่าอยู่

บ้านชั้นเดียว

บ้านชั้นเดียว คือหนึ่งในรูปแบบบ้านที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากสามารถก่อสร้างได้ง่ายกว่าบ้านที่มีหลายชั้น ไม่ทำให้เปลืองงบประมาณจำนวนมาก อีกทั้งยังเหมาะกับการอยู่อาศัยในระยะยาวไปจนถึงช่วงที่มีอายุเพิ่มมากขึ้น

ซึ่งในปัจจุบันมีแบบบ้านชั้นเดียวให้เลือกมากมายหลายรูปแบบ ดังนั้นก่อนสร้างบ้านชั้นเดียวให้น่าอยู่จึงควรพิจารณาองค์ประกอบต่อไปนี้เพื่อใช้ในการตัดสินใจ

ขนาดที่ดิน ปัจจัยแรกที่มีผลต่อการสร้างบ้านชั้นเดียว คือขนาดของที่ดินที่มีอยู่ว่าจะสามารถสร้างบ้านได้ขนาดเท่าไหร่ โดยควรพิจารณากฎหมายการสร้างบ้านให้เหมาะสมกับที่ดินที่มีอยู่ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดระยะร่นของแนวอาคาร จากนั้นจึงเหลือเป็นพื้นที่สำหรับปลูกสร้างบ้านจริง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การสร้างบ้านชั้นเดียวจำเป็นต้องมีขนาดที่ดินมากกว่าบ้านขนาดสองชั้นขึ้นไป เพื่อให้มีส่วนใช้สอยที่ลงตัวกับการอยู่อาศัยภายในบ้านได้ตามต้องการ

งบประมาณที่มีอยู่ การสร้างบ้านชั้นเดียวให้สวยงาม น่าอยู่ และสามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยของงบประมาณที่มีอยู่ ซึ่งนอกจากขนาดพื้นที่ใช้สอยของตัวบ้านที่ควรพิจารณาในการก่อสร้างให้ลงตัวกับงบประมาณแล้ว

การเลือกวัสดุก่อสร้าง และของตกแต่งบ้านต่าง ๆ ยังเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการสร้างบ้านในฝันสักหลังให้ออกมาสวยงามได้ตรงตามความต้องการ ดังนั้นจึงควรมีการศึกษาข้อมูลหรือขอคำปรึกษาจากสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญก่อนการสร้างบ้าน เพื่อให้สามารถเลือกซื้อวัสดุก่อสร้างได้อย่างเหมาะสมกับการใช้งานในระยะยาว โดยไม่ทำให้งบประมาณบานปลาย

ฟังก์ชั่นใช้สอยที่ต้องการ องค์ประกอบสำคัญของการอยู่อาศัยภายในบ้านคือฟังก์ชั่นที่ลงตัวกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ก่อนการสร้างบ้านจึงควรมีการกำหนดฟังก์ชั่นและออกแบบบ้านให้เหมาะสมกับสมาชิกในครอบครัว เพราะฟังก์ชั่นใช้สอยจะช่วยให้สามารถกำหนดส่วนใช้สอยต่าง ๆ ภายในบ้านได้ง่ายขึ้น

รวมทั้งยังช่วยให้สามารถคำนวนสัดส่วนของพื้นที่ดินออกเป็นโซนใช้งานที่ต้องการได้อย่างเหมาะสม หรือหากเป็นบ้านชั้นเดียวที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ควรดีไซน์พื้นของบ้านให้อยู่ในแนวระนาบเดียวกัน หลีกเลี่ยงการสร้างขั้นบันไดแบบไล่ระดับ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดต่อผู้สูงอายุภายในบ้าน

การต่อเติมบ้านในอนาคต บ้านเปรียบเหมือนสถานที่สำคัญของชีวิตที่คนส่วนใหญ่อยากใช้เวลาอยู่กับสถานที่แห่งนั้นให้ยาวนานที่สุด แต่ในความเป็นจริงบ้านและการอยู่อาศัยอาจไม่ใช่เรื่องถาวรแบบที่คิด เมื่อต้องมีการขยับขยายครอบครัวใหม่ด้วยจำนวนสมาชิกที่มีเพิ่มมากขึ้น หรืออาจจำใจต้องเปลี่ยนที่อยู่ใหม่เนื่องจากบ้านที่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา

ในการสร้างบ้านแต่ละหลังจึงควรเริ่มต้นตั้งแต่การเลือกสรรวัสดุที่มีคุณภาพเพื่อการใช้งานในระยะยาว รวมทั้งการคำนวนพื้นที่ใช้สอยสำหรับการสร้างบ้านที่มีอยู่ให้เพียงพอกับการต่อเติมบ้านในอนาคต โดยบางครอบครัวที่มีแพลนขยายบ้านชั้นเดียวให้กว้างขวางขึ้น จึงควรมีที่ดินอย่างเพียงพอต่อการต่อเติม แต่หากต้องการปรับเปลี่ยนจากบ้านชั้นเดียวเป็นบ้านสองชั้น แนะนำให้วางแผนรูปแบบโครงสร้างตั้งแต่ต้น เพื่อให้สามารถรองรับการต่อเติมบ้านในภายหลัง

Posted on Leave a comment

SNOWPIERCER ปฏิวัติฝ่านรกน้ำแข็ง หนังสะท้อนสังคมดัดแปลงจากนิยายสเปน

Amazon.com: Snowpiercer [Blu-ray]: Chris Evans, Tilda Swinton, Jamie Bell,  Ed Harris, Octavia Spencer, John Hurt, Bong Joon Ho: Movies & TV

SNOWPIERCER ผู้กำกับสัญชาติเกาหลี บง ซุน โฮ ที่เพิ่งได้เข้ารับรางวัลออสก้าไปหมวด ๆ สำหรับหนังเรื่อง parasite คนชั้นปรสิต และนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เค้าเองนั้น ได้ทำหนังแนวเสียดสีสังคม ชีวิต และความเป็นอยู่ของคน 

โดยหนังได้เล่าถึงความเป็นอยู่ของคนจน ที่ดำรงชีวิตอยู่ในระบอบทุนนิยม และผลงานของเขานั้นเองทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่างของชนชั้น และในแต่ละมุมมอง ผละผลงานแนว แฟนตาซี ของปี 2013 ภาพยนต์สัญชาติอังกฤษเรื่องแรกของ บง ซุน โฮ

โดนตัวเนื้อหาของเรื่องนั้น ได้ดัดแปลงมาจากเรื่อง LE Transperceneige ที่เป็นบทประพันธ์ของ Jacques Lob เป็นหนังสือการ์ตูนสัญชาติฝรั่งเศษในปี 1982 โดยผู้กำกับคิดว่า แรงบันดาลใจจากเรื่องนี้ เป็นการมองเห็นถึงความแตกต่าง

 และเหมาะจะนำมาสร้างเป็นภาพยนต์ โดยเรื่องราวของเรื่องนี้ Snowpiercer เป็นเรื่องราวของ สิบเจ็ดปีให้หลัง ที่ เจ็ดสิบเก้าประเทศทั่วโลกนั้น ร่วมมือยั้บยั้ง ภาวะวิกฤติโลกร้อน ทั่วโลกจึงสร้างสารชนิดหนึ่งที่สร้างความเย็นให้กับบรรยากาศ ดูหนังออนไลน์ใหม่

หนังแนวเอาชีวิตรอด กับเรื่องราวที่เปรียบรถไฟ เป็นเสมือนโลกทั้งใบ ที่อยู่รวมกับแบบ แบ่งชนชั้น

สารชนิดให้ความเย็นมีชื่อเรียกว่า CW-7 โดยปล่อยสารชนิดนี้เข้าสู่ ชั้นบรรยากาศของโลก เมื่อทำการปล่อยสารประดิษฐ์ ชนิดนี้เข้าสู่ชั้นบรรยาการ ไม่นานก็ทำให้โลกเข้าขั้นวิกฤษเพราะทั้งโลกถูกแช่แข็งเอาไว้ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่รอดได้ และมีกลุ่มคนส่วนหนึ่งได้ขึ้นรถไฟ 

ซึ่งเรียกว่า กลุ่มผู้รอดชีวิตรุ่นสุดท้าย ที่ใช้ทั้งชีวิตหลังจากนี้เดินทาง อย่างไม่มีจุดหมายรอบโลกไปเรื่อย ๆ แต่ในรถไฟไม่ได้ถูกปรนนิบัติอย่างเท่าเทียม โดยคยที่อยู่ชนชั้นสูงจะอยู่ตู้หน้า และคนชั้นชนล่างจะอยู่ท้ายขบวน โดยใช้ชีวิตอยากอด ๆ อยาก ๆ อย่างนี้ทุกวัน

ไม่มีวันจะผลักดันตัวเองไปเป็นชนชั้นสูงได้ CURTIS คือชายคนหนึ่งที่อยู่ชนชั้นล่าง และอยู่ท้ายขบวนรถไฟ โดยเข้าเฝ้าคอยเวลาที่จะทำการปฏิวัติรถไฟ ขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ไปถึงโบกี้ที่สามารถควบคุมเครื่องจักได้  

และพยายามเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองแบบที่เป็นอยู่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่บนรถไฟ ทำการกดขี่ บีบให้กลุ่มท้ายขบวนนั้นอย่างไม่เป็นธรรม กับบุคคลที่ถูกฝังความคิดรากฐานว่า WILFORD STORY เจ้าของขบวนรถไฟแห่งนี้ เป็นหนี้บุคคุณเรา 

โดยผู้คนในรถไฟนั้น ต่างถูกปลูกฝั่งให้เขานั้น เป็นเหมือนเทพเจ้า และมองรถไฟที่เดินทางรอบโลกอย่างไม่มีจุหมาย เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะรถไฟขบวนนี้เปรียบเสมือนสิ่งที่กั้นความหนาวเหน็บและทำให้มีชีวิตอยู่รอด

หนังดีบอกต่อ การมุ่งหน้าเข้าสู่การปฏิวัติ เพื่อความอยู่รอด เพื่อความเป็นธรรม สอดแทรกข้อคิด ผ่าตัวละครอย่างไร ?

เคอดิส ชายหนุ่มท้ายขบวน ที่ทำการปฏิวัติ ความเป็นทำในรถไฟนี้ มุ่งหน้าสู่หัวขบวน ทำให้เขาได้พบกับความจริงที่หน้าหดหู่ เพราะ โบกี้รถไฟที่ได้เดินผ่านไปมา เปรียบเสมือนโลกอีกใบที่เขาเคยอยู่ (ท้ายขบวน) เพราะมีทุกอย่าง มีทั้งความสดใจ 

และความเป็นอยู่แตกต่าง จากที่เขาได้เติบโตมา อย่างสิ้นเชิง ที่ปล่อยให้เขานอน รอความตายเสียมากกว่า โดยผู้กำกับมากฝีมือ อย่าง บง ซุน โฮ ได้สอดแทรกการเหลื่อมล้ำในสังคม ผ่านรูปภาพได้อย่างเข้มข้น เพราะความจริงแล้วนั้น 

ทุกคนในรถไฟแห่งนี้ ล้วนแต่เปรียบ เสมือนนักโทษ ในระบอบทุนนิยมนั้นเอง เพราะคนชั้นบน ก็ถูกกระทำเช่นเขา แต่เป็นการทำให้หลงไปกับสิ่งที่ เขาได้จัดเตรียมมาให้ อยู่กับสิ่งเดิม ๆ คือการใช้ชีวิตแบบเสวยสุขไปวัน ๆ นั้นเอง

และเมื่อ เคอทิสได้ก้าวเข้าสู่ หน้าขบวนแล้ว ก็ได้พบกับ วิวเฟิด เจ้าของรถไฟ เจ้าของความคิด หรือเทพเจ้าในความคิดของคนในรถไฟ และเค้าก็ได้มาพบความจริง ที่ต้องเข้าใจว่า ตัวเขาเองนั้นคือความจริงที่ว่า เค้าเป็นเพียงชิ้นส่วน 

เครื่องจักรส่วนหนึ่ง ของระบบนี้นั้นเอง แต่ความจริงแล้วนั้น คล้ายกับการ หักมุมของหนัง เพราะวิวเฟิดนั้น คือผู้อยู่เบื้องหลัง ในการที่ทำให้เคอติส ทำการปฏิวัติ เพื่อผลลัพธ์ในการกำจัดประชากรในรถไฟ ไม่ให้มากเกินไป 

SNOWPIERCER รถไฟแห่งชนชั้น เรื่องราวเสียดสีความเป็นอยู่ในสังคม เป็นอย่างไร ?

เพราะสิ่งที่ วิลเฟิดคิดนั้น ก็เพื่อสิ่งเดียวนั้นก็คือ การรักษาสมดุล ในการรใช้ชีวิตอยู่บนรถไฟ เพราะทุกอย่างในนี้ ล้วนอยู่เหนือกฏธรรมชาติ เพราะธรรมชาติ ไม่สามารถคัดสรรค์ คนที่อยู่ ในวิธีการแหกกฏธรรมชาติได้ นั้นคือบนรถไฟ 

โดยทางออกของเขานั้นก็คือ การปลุกระดมให้คนแต่ละชนชั้นนั้น ทำลายล้างกันเอง ทำให้เคอติสรู้สึกสิ้นหวัง เพราะถูกใช้เป็นหมาก ในเกมของเขานั้นเอง และเพราะตัวเขาเองไม่สามารถทำให้ระบบ เปลี่ยนแปลงตามที่เขาเคยคิดได้ แต่สิ่งที่เขาทำได้นั้นก็คือ การขึ้นเป็นผู้นำแทน วิลเฟิด เพื่อขับเคลื่อนความสมดุล เข้าสู่ระบบดุลยภาพ กันต่อไป 

ความสิ้นหวังของผู้เปลี่ยนแปลง นั้นคือไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอะไรได้ การตัดสินใจเลือกครั้งใหญ่ในหนังสะท้อนกฏระเบียบอย่างไร ?

รถไฟ SNOWPIERCER เปรียบเสมือนโลก และทุก ๆ คน เป็นเสมือนมนุษยชาติ ผู้นำเปรียบเสมือนธรรมชาติ หากไร้ผู้นำ ก็ทำให้เกิดการกัดกินกันเอง โดย SNOWPIERCER ไม่แตกต่างจาก PARSIDE เลยเพราะตัวเอก 

ก็หวังว่าสักวันเค้า จะได้รวยเหมือนคนอื่นเขาบ้าง อยากมีเงินเก็บ อยากซื้อบ้านหรู ๆ เพื่อให้ครอบครัวได้ลืมตาอ้าปากขึ้นได้ และความคล้ายคลึงของหนังเรื่องนี้ ก็ไม่มีความแตกต่างกันเลยจาก SNOWPIERCER เพราะเขาก็ต้องการ เปลี่ยนแปลงเพื่อ ชีวิตความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้นถ้าระบบมันไม่ดี จะทนอยู่กับมันไปทำไม ? ข้อคิดของหนังเรื่องนี้ เสียดสีทางสังคมอย่างชัดเจน

หนังตีแผ่ความจริง หนังเสียดสีสังคม สอดแทรกความเป็นอยู่และหลังจากทำการอุดมคติจะเกิดอะไรขึ้น ?

ภายหลังจากการที่เคอติสนั้น สู้อย่างไม่ถดถอย กับความเชื่อมั่นของเขาว่า จะเปลี่ยนระบบทุนนิยม ภายในรถไฟนี้ไปให้ได้ และทางเลือกระวาง การเป็นผู้นำใหม่บนรถไฟแห่งนี้ ที่ทำให้เขาได้ทุกอย่าง เหนือทุกคน ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ขบวนหัว โบกี้ที่ 1 ทำให้เขามีอำนาจในการตัดสินใจ และหากเป็นเค้าละ เค้าจะจัดการกับประชากรในรถไฟที่มีมากแบบได้อย่างไรกัน ? คำถามเริ่มเขามาในหัเคอติส และทำให้เค้านั้น 

คิดไม่ตกกับเหตการณ์นี้ และอีกทางเลือกหนึ่งนั้นก็คือ การที่เค้ายังยึดมั่นกับระบบเดิมที่เขาคิดจะเปลี่ยนมันละ เค้าจะเลือกอะไร และสิ่งสุดท้ายที่เขาได้เลือกนั้นก็คือ การทำลายระบบทุนนิยมนี้ซะ เค้าได้ให้คนในกลุ่มของเขานั้นทำการระเบิดรถไฟ ทำให้รถไฟตกราง นำไปไปถึงจนสิ้นสุดของคุกบทรถไฟแห่งนี้นั้นเอง เมื่อรถไฟตกราง ทำให้เค้าได้ออกมานอกรถไฟ หละงจากใช้ชวีิตมานานถึง 16 ปี ในรถไฟ  

ถึงจะมีจุดจบที่ว่า เคอติสนั้นทำการปฏิวัติ ทำลายล้างระบบทุนนิยมสำเร็จ ด้วยการระเบิดรถไฟ แต่หนังได้ให้ข้อคิดว่า หลังจากที่ เคอติสทำลายระบบทุนนิยมได้แล้วนั้น จะมั่นใจได้อย่างไร ว่าชีวิตที่ไม่มีระบบความเหลื่อมล้ำ จะอยู่ได้รอดได้จริง ๆ มั่นใจได้อย่างไรว่า การทำลายล้างระบบที่มีอยู่แล้ว จะนำไปสู่ระบบที่ดีกว่าจริง ๆ หนังให้ข้อคิดที่ว่า ระบบที่เป็นอยู่ที่คิดว่าไม่ดี มันดีกว่าที่จะทำลายล้างหรือไม่ ซึ่งมองง่าย ๆ นั้นคล้ายกับ ปัญหาโลกแตกที่ว่า เราไม่มีทางรู้ถ้าเรา ไม่ได้เผชิญ 

Posted on Leave a comment

รีวิว Joker วันนี้เรามีหนังมาแนะนำให้ทุกท่านนั่นคือ Joker 2019

Prime 1 Studio x Blitzway MMJK-01 Joker 2019 1/3 The Joker - AcareToys  จำหน่าย ของเล่น โมเดล ชุดผ้า Hot Toys,Bandai และแบรนด์ชั้นนำอีกมากมาย :  Inspired by LnwShop.com

รีวิว Joker โจ๊กเกอร์ 2019 หนังที่เปลี่ยนแปลง ความรู้สึกของ ตัวละครตัวนี้ ไปโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าคุณจะไปดู โจ๊กเกอร์ ในรูปแบบใด มาก็ตาม คุณจะลืมหนังทุกเรื่อง ที่คุณเคยดูมา อย่างแน่นอน โจ๊กเกอร์ 2019 เป็นหนังที่คุ้มค่า

กับการรอคอยของเรา เมื่อคอหนังเห็น สปอยล์จากหลายสำนัก ก่อนปล่อยตัวอย่าง ของหนังเรื่องนี้ ออกมาสักพักใหญ่แล้ว ต้องบอกได้เลยว่า เรื่องนี้เป็นหนัง ที่ฉีกกฎของหนัง โจ๊กเกอร์ทุกรูปแบบ ที่เคยมีมาทุกตัวตน ดูหนังใหม่ออนไลน์ฟรี

ที่คุณเคยเห็น คุณจะไม่สามารถ สัมผัสได้จาก หนังเรื่องนี้ได้เลย เป็นหนังที่มีความจิตตก ของความเป็นคน และตัวตนที่แท้จริง ของโจ๊กเกอร์บุคคล ที่ถูกขนานนามว่า เป็นอาชญากรของโลก เป็นผู้ที่ชั่วร้าย และเราจะเห็นได้จาก ทุกกลุ่มในบทบาทต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้น โจ๊กเกอร์เป็น คู่ปรับตลอดกาล ของแบทแมน ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว ในหนังทุกๆภาค จะมีโจ๊กเกอร์ ที่เป็นตัวร้าย

คู่ปรับแบทแมน โจ๊กเกอร์ 2019 เป็นหนังย้อน เริ่มต้นถึงบุคคล ผู้ชายคนหนึ่ง ที่ถูกกลั่นแกล้ง ที่ถูกทารุณต่างๆนาๆ ใช้ชีวิตที่จะอยู่รอด ในแต่ละวันช่าง แสนยากลำบาก เกิดเป็นผู้ชายคนนี้ ต้องผะเชิญหน้า กับความโหดร้าย

ในสังคม ที่เต็มไปด้วย การทารุณ ที่เต็มไปด้วย การเหยียดหยาม การดูถูกดูหมิ่นต่อเขา ต่อผู้ที่อ่อนแอ ต่อผู้ที่ด้อยกว่า ผู้ที่ไม่มีทางเลือก และไม่สามารถ ที่จะเป็นผู้ที่ ถูกเรียกได้เลย เค้าต้องฝ่าฟัน อุปสรรคต่างๆ มากมาย

ในการที่จะเอา ชีวิตรอดในแต่ละวัน เพื่อให้เขาได้ผ่านพ้น คืนวันที่โหดร้าย อาร์เธอร์ เป็นผู้ที่รับจ้าง แต่งตัวตลก เพื่อที่จะรับจ้าง ถือป้ายหาลูกค้าเข้าร้าน คนผ่านไป ผ่านมามากมาย เขาก็พยามที่จะสร้าง ความสามารถ

หรือการเล่นตลก ทุกคนได้เห็น เพื่อที่จะเป็น ช่องทางในการ ทำมาหากินเพิ่มขึ้น จากบุคคลรอบข้าง ที่ให้ความสนใจ และดูเขากลับ ไม่ใช่อาการที่ยินดี ท่าทางที่คทุกคน ได้แสดงออกมา แต่กับมองเป็น ตัวเค้าเองต่างหาก

รีวิว Joker เป็นหนังที่จะทำให้ทุกท่านจิตตก เมื่อได้สัมผัสกับตัวละครผู้นี้ 

ที่ดูเหมือนตัวตลก เป็นเรื่องตลก ไปซะงั้น ความกดดัน ความยำแย่ การดูถูก สะสมเข้ามา ในจิตใจเขาทุกๆวัน เค้าต้องคอยดูแลแม่ที่ป่วย ไม่สบาย และเขาก็ไม่เคยมีพ่อ อย่างคนอื่นเขา เป็นสิ่งที่เขาต้องการ เค้าไม่เคยได้รับ

แต่ไม่เคยมี ความสุขเลย ความคิดของเค้า มีแต่เรื่องย่ำแย่ โถมเข้ามาหาเขา จนทำให้เขา คิดว่าตัวเขานั้น โลกแห่ง ความเป็นจริง ความโหดร้าย ความบ้าคลั่ง ของความเลวร้าย จนวันหนึ่ง โลกจะเปลี่ยน 

ผู้ชายคนหนึ่ง ที่เป็นคนดี ให้กลายเป็นคน ที่น่ากลัวที่สุด จากสิ่งที่เค้าเจอ จากสิ่งที่เขาได้รับ มันทำให้เขา กลายเป็นคนใหม่ คนที่ใครทุกคน ก็ไม่คาดคิด ว่าผู้ชายคนหนึ่ง ที่อ่อนแอ ที่ไม่มีแม้แต่โอกาส ที่จะได้รับสิ่งดีดี

โอกาสที่จะทำให้เขา มีความสุข กินอิ่มนอนหลับ หรือโอกาส ที่ทำให้เขาเข้มแข็ง และแข็งแรงขึ้น กลายเป็นบุคคล ที่มีด้านมืด อันชั่วร้าย จิตใจของเขา ไม่ถูกกลืนกิน กัดกินความดี และถ้าเค้าดำดิ่ง สู่ความเลวร้าย สู่ด้านมืด

จากคนที่เป็น คนอ่อนแอ จิตใจดีกลายเป็น อาชญากร ผู้ที่เลวร้ายที่สุด และสามารถ ที่จะฆ่าใคร ก็ได้อย่างเลือดเย็น โดยที่ไม่มีความรู้สึก แม้แต่นิดเดียว ถึงความผิด ในสิ่งที่ตัวเองทำ จนทำให้เขา กลายเป็นคนบ้า คนที่ไม่สนโลก

ไม่สนใคร ไม่สนใจใครอีกแล้ว สิ่งที่เขาทำ ก็ค่อยเปลี่ยน ทำให้เขากลายเป็น คนใหม่ คนที่เป็นด้านมืด เป็นอีกหนึ่งตัวตน ที่เขาก็ไม่เคยคิดว่า เค้าจะกลายเป็น คนแบบนี้ จากผู้คนที่เคย หัวเราะเยาะเย้ยเค้า ต่างๆนานา

ทำร้ายเขาต่างๆนานา จนวันนี้โจ๊กเกอร์ เขาเองสามารถ เปลี่ยนความรู้สึก ของคนผู้นั้น ที่มีต่อเขา ให้กลายเป็น ความหวาดกลัว ต้องประสบพบเจอ กับความมืด ความเยือกเย็น ที่คนเหล่านั้น จะได้สัมผัสว่า เจอเค้าอยู่ตรงหน้า

ทุกๆคนจะกรีดร้อง จะอ้อนวอน ขอชีวิตจากเขา สิ่งที่ดีไม่เหลือ ในตัวเขาอีกแล้ว จะเป็นคนที่ เปลี่ยนแปลง ตัวเค้าเอง ต่อจากนี้ จึงพูดได้ว่า หนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ เปลี่ยนแปลงตัวตน ของโจ๊กเกอร์ ได้อย่างสิ้นเชิง โดยที่ไม่เคยคิด

มาก่อนเลยว่า จะสามารถ ถ่ายทอดเรื่องราว ของโจ๊กเกอร์ ออกมาได้มากขนาดนี้ เป็นหนังที่ดีมาก มีการหักมุมชีวิต และเล่าเรื่องราว ชีวิตและจิตใจ ที่เป็นด้านดีของเขา จนไปสู่การเปลี่ยนแปลง ด้านสภาพจิตใจ ที่ดำดิ่งไปสู่ด้านมืด

เปลี่ยนเป็นคน ที่ไม่สนใจใครเลย จากสิ่งที่เขาได้รับ สังคมที่ย่ำยี เสื่อมโทรมแบบนี้ เปลี่ยนให้คนดีดี ต้องกลายเป็นผู้ร้าย ต้องสูญเสีย ความเป็นตัว ของตัวเองไป อย่างไม่มีวัน ย้อนกลับมาได้เลย เป็นหนังที่สามารถ ทำให้เราเสียน้ำตา

กับการที่ตัวละคร มันถูกย่ำยี ดูถูกกลั่นแกล้ง สารพัดที่จะโดน จนถึงชีวิต อันแสนเศร้าของเขา และความหวาดกลัว เมื่อผู้คนพบเจอเขา กลายเป็นอีกคนหนึ่ง จึงเป็นหนังที่ กล้าการันตีได้เลยว่า จิตตกได้แน่นอน กับบทของตัวละคร

ตัวนี้ที่ต้องสูญเสีย ความเป็นตัวเองไป อย่างไม่มีวัน ย้อนกลับมาได้เลย เป็นหนังที่สามารถ ทำให้เราต้องพบกับ ความหดหู่ดำดิ่ง กับการที่ตัวละคร มันถูกสภาพแวดล้อมกดดัน นำไปสู่ชีวิตอัน แสนเศร้า ของเค้าได้ และความสยองขวัญ

เมื่อผู้คนต่างพบเจอ กับตัวตนของ โจ๊กเกอร์คนใหม่ จึงเป็นหนัง ที่กล้าการันตีได้เลย เป็นหนังที่ดีที่สุดในปี 2019 เป็นหนังที่สามารถ ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ออกมาได้ถึงอารมณ์ ทำให้คนดูเข้าใจถึง ความรู้สึกของ โจ๊กเกอร์จริงๆ สามารถสัมผัสได้ ถึงความจริงในใจ ที่ซ้อนอยู่ใน ส่วนที่ลึกที่สุด

Posted on Leave a comment

Rampage แรมเพจ ใหญ่ชนยักษ์ หนังที่สร้างจากเกมคอนโซลชื่อดัง ที่ดีเกินกว่าที่คาด

ดูหนัง Rampage แรมเพจ ใหญ่ชนยักษ์ เต็มเรื่อง หนังเรื่องนี้สร้างเมื่อปี 2018  ดูหนังออนไลน์ ดูหนังHD ดูหนังฟรี หน… | หนังแอ็คชั่น, หนังแฟนตาซี, ภาพยนตร์  ดนตรี หนังสือ

rampage แรมเพจ ใหญ่ชนยักษ์ มีหยิบยก เรื่องราวของวิทยาศาสตร์ ผสมผสานกับสิ่งมีชีวิต จนกลายออกมาเป็น หนังเกี่ยวกับสัตว์ประหลาด ที่พอจะมีที่มาที่ไป และเหตุผลสนับสนุนเนื้อเรื่อง ที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับ หนังเกี่ยวกับสัตว์ประหลาด ทำลายเมืองหลาย ๆ เรื่อง ที่เคยมีมาแล้วในอดีต โดยจากเดิมทีนั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้เองก็เป็น หนังสร้างจากเกม คอนโซล ชื่อดังในอดีต

โดยในภาพยนตร์จะมีการ ดัดแปลงเนื้อหาออกไปบ้าง โดยจะเล่าถึง การทดลองทางพันธุกรรม เกิดข้อผิดพลาดขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีสัตว์บางชนิด เกิดการกลายพันธ์ุ จนทำให้มีขนาด และนิสัยเปลี่ยนไป เป็นเหตุให้พวกสัตว์เหล่านั้น เริ่มมีความก้าวร้าว และรุนแรงเพิ่มมากขึ้น หนัง HD

พร้อมที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ขวางหน้า ส่งผลให้เหล่า นักบรรพชีวินวิทยา และทีมพันธุศาสตร์ ต้องหาทางแก้พิษ และหยุดยั้งสัตว์เหล่านั้นเอาไว้ให้ได้ ก่อนที่ทุกอย่าง จะสายเกินไป

ซึ่งนับได้ว่าเป็นหนึ่งใน หนังที่สร้างมาจากเกม เป็นส่วนน้อย ที่สามารถทำออกมา ประสบความสำเร็จ และผิดคาดเป็นอย่างมาก ทั้งจุดเด่นในเรื่องของความบันเทิง และฉากแอคชั่น รวมทั้งงานทางด้าน สเปเชี่ยลเอฟเฟค ที่อลังการ เหมาะสมกับที่เป็น หนังฮอลลีวูด ฟอร์มยักษ์อีกเรื่อง ของปีเลยทีเดียว

เรื่องราวในภาพยนตร์เริ่มต้นขึ้นในปี 1993 บนสถานีอวกาศ Athena-1 ของบริษัท Energyne ซึ่งกำลังทำการทดลองทางพันธุกรรม

แต่การทดลองเกิดผิดพลาด จนส่งผลให้ ชิ้นส่วนต่าง ๆ และเชื้อไวรัส ที่เกี่ยวกับการทดลองนั้น ได้ตกลงมา ยังสหรัฐอเมริกา จนทำให้มีสัตว์บางชนิด สัมผัสเข้ากับเชื้อตัวนั้น และเกิดการกลายพันธ์ โดยเดวิส โอโคเย อดีตทหารกองทัพพิเศษ ของกองทัพสหรัฐ

ที่ปัจจุบันได้รับหน้าที่ เป็นนักวานรวิทยา ในการดูแล จอร์จ ลิงเผือกหายากตัวหนึ่ง ก็ได้พบว่า จอร์จ ลิงที่เขากำลังดูแลอยู่นั้น มีขนาดตัวที่ใหญ่ และมีความก้าวร้าวมากยิ่งขึ้น ซึ่งเดวิสเอง ก็ได้รับการติดต่อจาก ดร. เคท คาลด์เวลล์

ซึ่งทำงานเกี่ยวกับ วิศวกรพันธุศาสตร์ และได้อธิบายเรื่องสาร ที่อาจจะก่อให้เกิด การกลายพันธ์ ของบริษัท Energyne และน่าจะเป็นที่มาของเรื่องนี้ จึงได้พยายามที่จะหยุดยั้ง และหาทางช่วยจอร์จ ก่อนที่จะสายเกินไป

Rampage แรมเพจ ใหญ่ชนยักษ์ หนังสัตว์ประหลาด ที่ใช้งบประมาณในการสร้างสูงถึง 120,000,000 ดอลลาร์

ซึ่งเป็นตัวช่วยการันตีได้เลย ถึงคุณภาพของงาน โดยเฉพาะเรื่องการใช้ CGI ในภาพยนตร์ ที่ถือได้ว่าเป็นจุดเด่น และสำคัญที่สุด ของภาพยนตร์แนว ๆ นี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งการใช้เทคโนโลยี CGI ในเรื่องนี้ ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังจริง ๆ

เพราะสามารถทำออกมา ได้เป็นอย่างดี และมีความสมจริง ไล่ทั้งแต่เส้นขน จนไปถึงลักษณะ ท่าทาง การเคลื่อนไหว ของสัตว์ประหลาดในเรื่อง จึงไม่แปลกใจเลยที่หลาย ๆ คน จะยกให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นยอดเยี่ยม

ทั้งเรื่องการดีไซน์ฉากต่อสู้แอคชั่น ของตัวสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ และงานด้านวิชวลเอฟเฟค จนสามารถกวาดรายได้ทั่วโลก ไปสูงกว่า 420,000,00 ดอลลาร์ ด้วยกัน

ความบันเทิงชั้นยอดที่มาจาก หนึ่งในภาพยนตร์ที่มาจากวิดีโอเกม ที่ว่าดีที่สุด

คงเป็นหนังอีกเรื่อง ที่ถูกใจคอมเกมไม่น้อย เพราะการได้เห็นภาพ ของสัตว์ประหลาดจากในเกม ออกมาสู่โลกภาพยนตร์นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมีให้เห็นกันบ่อย ๆ ถึงแม้ว่าเรื่องเนื้อหาในภาพยนตร์ จะมีความแตกต่าง จากในวิดีโอเกมออกไปบ้าง แต่ก็ยังสามารถคงไว้ซึ่ง 3 สัตว์ประหลาดตัวหลัก

ที่ยังคงมีบทบาทสำคัญ ในโลกภาพยนตร์ ไม่ต่างจากเกม แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าบางคน อาจจะไม่ได้รู้จัก หรือเป็นแฟนเกม ของหนังเรื่องนี้ แต่ก็จะยังคงสามารถรู้สึกสนุก และเพลิดเพลินไปกับมันได้เช่นกัน

โดยจุดเด่น ๆ ที่น่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้ นอกจากงานทางด้านกราฟิก และเทคนิคพิเศษ ที่ใช้ในการถ่ายทำ ซึ่งสามารถทำให้สัตว์ประหลาดเหล่านี้ ดูมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ แล้ว Sound Effect ของหนังเรื่องนี้เอง ก็มีส่วนสำคัญ

ที่ช่วยในการดึงจุดเด่นขึ้นมาได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังได้นักแสดงหนังแอคชั่น ระดับแนวหน้าของวงการหนังแอคชั่น อย่าง ดเวย์น จอห์นสัน มาร่วมแสดง ที่ถึงแม้ฉากแอคชั่น จะเทียบกับการต่อสู้ ระหว่างสัตว์ประหลาดด้วยกันเองไม่ได้

แต่การแสดง ในเรื่องของความสัมพันธ์ ระหว่างเดวิส กับจอร์จ ก็ถือว่าแสดงออกมาได้ดี ซึ่งนอกจากฉากชั่นแอคชั่น พวกฉากคอมเมดี้ต่าง ๆ ของหนังเรื่องนี้เอง ก็ทำออกมาได้ดี และมาในจังหวะ ที่เกินความคาดหมายเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม

นั้นมองว่าบทบาท ของตัวละครร้ายในหนังนั้น มีแรงจูงใจ ที่ค่อนข้างไร้เหตุผลจนเกินไป อีกทั้งในภาพยนตร์เอง ก็ยังมีการใส่มุกตลก แบบบังคับหลาย ๆ อย่าง ที่ทำให้หนัง ดูดรอปลงไปเล็กน้อย 

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ถ้าหากคุณกำลังหาหนัง ที่เกี่ยวกับสัตว์ประหลาด มาต่อสู้กัน พร้อมกับฉาก การทำลายเมืองแบบอลังการ ๆ อยู่แล้วละก็ การดูภาพยนตร์เรื่องนี้ จะสามารถมอบทั้งความบันเทิง และสิ่งที่คุณคาดหวังอยู่ ได้อย่างแน่นอน 

Posted on Leave a comment

Room รูม ขังใจไม่ยอมไกลกัน เรื่องราวที่แสนประทับ ทั้งเศร้าและมีความสุข

Image gallery for "Room (2015)" - Filmaffinity

Room คือ หนังดราม่า ทริลเลอร์ ที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งใน ภาพยนตร์ที่ดี และโดดเด่นที่สุดแห่งปี 2015 ว่าด้วยเรื่องของหญิงสาวจิตใจดีคนหนึ่ง ที่ความใจดี นำมาซึ่งโชคชะตาที่แสนน่าเศร้า เมื่อเธอถูกจับตัว แล้วนำมาขังเอาไว้ยังห้องเล็ก ๆ เพื่อเป็นทาส ในการระบายความใคร่ของผู้ชายคนหนึ่ง จนกระทั่งตั้งท้องลูกชายคนแรก โดยที่สองแม่ลูกต้องใช้เวลาอยู่ในห้องเล็ก ๆ ที่ไม่มีทางออก จนถึงตอนที่เด็กชายมีอายุได้ 5 ขวบ

ก่อนที่สุดท้ายแล้วพวกเขา จะได้รับอิสระอีกครั้ง ที่จะทำให้เด็กชายคนนี้ ได้ออกมาสัมผัสกับโลกภายนอกเป็นครั้งแรก เรื่องที่น่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็คือพล็อตเรื่องที่มีความดราม่าแบบหนักหน่วง ประกอบกับบทภาพยนตร์ และการดำเนินเรื่อง ที่มีทั้งความเรียล และสมเหตุสมผล

ตัวละครหลัก ๆ ในเรื่อง ก็ดูมีมิติ และมีความเป็นมนุษย์จริง ๆ อย่างตัวร้ายของเรื่อง ที่ก็ไม่ได้แบนราบแบบเลวก็เลวสุด ก็ยังพอแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยลูกชายอยู่บ้าง และถึงแม้เรื่องราวในหนังจะเกี่ยวกับกับเหตุการณ์ลักพาตัว

แต่สิ่งที่ต้องการจะสื่อออกมาจริง ๆ จะเน้นไปที่เรื่องราวความผูกพันระหว่างแม่ กับลูก ซึ่งในหนังนั้นก็จะแบ่งเป็นสองช่วง คือช่วงที่ถูกขัง และช่วงที่ได้รับอิสระอีกครั้ง ที่จะเล่าถึงผลกระทบจากการถูกขังเป็นเวลานานของแม่

และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากได้เห็นโลกภายนอกเป็นครั้งแรกของลูก สิ่งที่น่าสนใจอีกเรื่อง นอกเหนือจากบทภาพยนตร์แล้ว ฝีมือการแสดงของนักแสดงสาวอย่าง บรี ลาร์สัน ก็แสดงออกมาได้ดี จนถึงขนาดที่ว่า สามารถคว้ารางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เลยทีเดียว หนัง HD

Room หนังทริลเลอร์ น่าดู เรื่องนี้ ผู้กำกับภาพยนตร์ และนักแสดงเป็นใครกันบ้าง ?

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ เกิดจากฝีมือการกำกับภาพยนตร์ของ เลนนี อับราฮัมสัน ผู้กำกับ หนังอินดี้ ชาวไอร์แลนด์ ที่มีผลงานจาก หนังคอมเมดี้ ดราม่า เรื่อง Frank ทางด้านบทภาพยนตร์ เป็น หนังดัดแปลงจากหนังสือนวนิยาย ที่มีชื่อว่า Room ของนักเขียน 

ซึ่งเขียนเอาไว้ในปี 2010 โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากคดีของ โจเซฟ ฟริตเซิล เหตุการณ์ดังระดับโลก ที่ผู้เป็นพ่อข่มขืนลูกสาว และกักขังเอาไว้ที่ห้องใต้ดินเป็นเวลานานกว่า 24 ปี จนกระทั่งเธอตั้งท้อง โดยนักแสดงหลัก ๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้แก่

บรี ลาร์สัน นักแสดงจาก หนังแอคชั่น คอมเมดี้ เรื่อง 21 Jump Street มารับบทเป็น จอย นิวซัม

เจค็อบ เทรมเบลย์ นักแสดงจาก หนังอนิเมชั่น ผจญภัย เรื่อง The Smurfs 2 มารับบทเป็น แจ็ค นิวซัม

ฌอน บริดเจอรส์ นักแสดงจาก หนังโรแมนติก ดราม่า เรื่อง The Best of Me มารับบทเป็น นิค

โจน อัลเลน นักแสดงจาก หนังสายลับ เรื่อง The Bourne Legacy มารับบทเป็น แนนซี่ นิวซัม

วิลเลี่ยม เอช เมซีย์ นักแสดงจาก หนังไตรภาค เรื่อง Jurassic Park III มารับบทเป็น โรเบิร์ต นิวซัม

รูม ขังใจไม่ยอมไกลกัน เรื่องย่อ เป็นอย่างไรบ้าง ?

เรื่องราวในภาพยนตร์เริ่มต้นขึ้น โดยเล่าถึง แจ็ค เด็กผู้ชายวัย 5 ขวบคนหนึ่ง ซึ่งกำลังพูดทักทายสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่าง ๆ ภายในห้องเล็ก ๆ ขนาดประมาณ 10 x 10 ฟุต ห้องที่เปรียบเสมือนกับเป็นโลกทั้งใบของเขา โดยอาศัยอยู่กับ จอย แม่ของเขาภายในห้องแห่งนี้มาตั้งแต่เกิด 

ผู้ซึ่งพยายามเลี้ยงดูเขาด้วยความรัก และมอบความอบอุ่น จากการพยายามทำทุกอย่าง และสอนให้ใช้ชีวิตอยู่ภายในห้องนี้ ให้เหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพื่อให้แจ็คมีความสุข ซึ่งเป็นเวลานานกว่า 7 ปี แล้ว ตั้งแต่ที่จอยถูกนิคลักพาตัวมาขังเอาไว้

เพื่อเป็นที่ระบายความใคร่ และเพื่อปกป้องแจ็คจากนิคให้ได้มากที่สุด ประกอบกับการที่แจ็คเริ่มโตมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้น ความอยากรู้อยากเห็นของเขา

ก็ได้ทำให้สุดท้ายแล้วจอย ก็ได้บอกความจริงเกี่ยวกับโลกภายนอก สถานที่ต่าง ๆ พร้อมกับการวางแผนหลบหนี ออกจาก สภาพแวดล้อม ห้องเล็ก ๆ ที่แจ็ครู้จักมาทั้งชีวิต จนนำเขาไปสู่โลกใบใหม่

Room หนังออสการ์ 1 รางวัล พร้อมกับคำวิจารณ์ในแง่บวกเป็นอย่างมาก

ถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งในหนังดราม่าที่ดีที่สุด ถึงแม้ว่าทางด้านรายได้ของภาพยนตร์อาจจะไม่สูงมากนัก โดยทำรายได้ทั่วโลกไป 35,401,758 ดอลลาร์ จากทุนสร้าง 13,000,000 ดอลลาร์ อีกทั้งฟอร์มของหนังยังค่อนข้างเล็ก ตัวละครไม่น้อย

อีกทั้งนักแสดงส่วนใหญ่ ยังไม่ใช่ระดับซุปเปอร์สตาร์ของวงการ แต่คำจารณ์ และความนิยมของภาพยนตร์เรื่องนี้ รับรองได้เลยว่าน่าจะช่วยการันตีถีงคุณภาพ และถูกใจสำหรับคอหนังสายดราม่าแน่ ๆ

ภาพยนตร์จากผลงานการแสดงของ บรี ลาร์สัน และเจค็อบ เทรมเบลย์ ที่มอบประสบการณ์ที่ยากจะสัมผัส

การแสดงของนักแสดงเด็กอย่างเจค็อบ ที่สามารถทำให้ผู้ชมเชื่อได้ว่าที่ผ่านมา โลกที่เขาอาศัยอยู่ กับโลกที่เขารู้จักคือห้อง ๆ นั้นจริง ๆ กับบทบาทความไร้เดียงสาของเด็ก ที่มีต่อผู้เป็นแม่ ซึ่งเมื่อแสดงคู่กับบรีด้วยแล้ว ก็ยิ่งให้ความรู้สึกถึงเคมีที่ตรงกัน 

และสร้างความโดดเด่น จนสามารถสื่ออารมย์ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม โดยงานด้านโปรดักชั่น ก็สามารถทำออกมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ทั้งงานด้านภาพที่ให้ความรู้สึกกดดัน และการเซ็ทฉากต่าง ๆ มีความสมจริง ถึงขนาดที่เชื่อได้เลยว่าคู่สองแม่ลูกนี้ สามารถอาศัยอยู่ในห้อง ๆ นี้ มาเป็นเวลานานแล้วจริง ๆ 

นอกจากนี้แล้ว จุดที่ เว็บรีวิวหนัง คิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ สามารถทำออกมาได้ดีเลย ก็คือการแบ่งพาร์ท และวิธีการเล่าเรื่อง โดยวิธีการเล่าเรื่องในหนังเรื่องนี้ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ช่วงด้วยกัน คือช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่ให้ห้อง กับช่วงเวลาที่ออกมาสู่โลกภายนอก ของสองตัวละคร 

ผ่านตัวละครอย่างจอยหญิงสาวแสนดีที่ถูกกักขังมาเป็นเวลานาน จากเดิมที่เป็นคนจิตใจดี จนต้องมาเจอกับอะไรร้าย ๆ และส่งผลกระทบกับจิตใจ กับตัวละครอย่างแจ็ค เด็กไร้เดียงสาที่เสมือนได้เปิดโลกใหม่ กับผู้คน และสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ที่ให้ความรู้สึกถึงช่วงแรก กับช่วงหลังเปลี่ยนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

Posted on Leave a comment

Tomorrowland ผจญแดนอนาคต แนวคิดที่สร้างสรรค์ และไม่ซ้ำใคร

Tomorrowland

Tomorrowland ผจญแดนอนาคต คือภาพยนตร์ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราว และแสดงให้เห็น ได้ถึงความเป็น หนังแฟนตาซี ที่ดีเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว กับการเนรมิตรโลกแห่งอนาคต ในสไตล์ที่มีความสร้างสรรค์ และโดดเด่น เหมาะสมกับชื่อของหนังเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สุดแสนจะไฮเทค ตึกต่าง ๆ รวมถึงถนน และยานพาหนะ ที่สามารถถ่ายทอดออกมา ได้อย่างเหนือจินตนาการ

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ เข้าฉายเมื่อปี 2015 ถ่ายทำผ่านสตูดิโอ ค่ายหนังยักษ์ใหญ่ ที่มีความโดดเด่น ในเรื่องงานสเปเชี่ยลเอฟเฟค และการสร้างหนังแฟนตาซี อย่างค่าย Walt Disney Pictures ผ่านฝีมือการกำกับภาพยนตร์ ของผู้ที่กำกับหนัง ได้รางวัลออสการ์ถึง 2 ครั้งด้วยกัน ดูหนังซับไทย

พร้อมด้วยนักแสดงนำ ระดับท็อปของวงการ หนังฮอลลีวูด มาร่วมแสดง โดยพล็อตเรื่องคร่าว ๆ ของภาพยนตร์เรื่องนี้ จะเล่าถึงเรื่องราวภารกิจ ที่สุดแสนจะอันตราย กับการพยายามเปลี่ยนแปลง อนาคตของโลก ที่กำลังใกล้จะล่มสลาย

ซึ่งนอกจากความบันเทิง แนวคิดล้ำ ๆ ในหนัง และภาพสวย ๆ ที่จะได้รับจากภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว อีกหนึ่งจุดเด่น ที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ นำเสนอออกมา ก็คือเรื่องการมองโลกในแง่ดี ความหวัง กับแรงบันดาลใจ

ที่บอกให้เราไม่ควรยอมแพ้กับอะไรง่าย ๆ ประเด็นในเรื่องของสังคม และสิ่งแวดล้อม ของโลกที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป อีกทั้งยังปลูกฝังแนวคิดดี ๆ ให้ผู้คนเลือกทำอะไรสักอย่าง เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้

tomorrowland ผจญแดนอนาคต กำกับภาพยนตร์โดย แบรด เบิร์ด ผู้กำกับ หนังอนิเมชั่น ออสการ์

โดยนักแสดงหลัก ๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แก่

จอร์จ คลูนีย์ นักแสดงจาก หนังดราม่า ทริลเลอร์ เรื่อง Syriana มารับบทเป็น แฟรงก์ วอล์กเกอร์ นักประดิษฐ์ ที่เคยเดินทางไป ที่ทูมอโรว์แลนด์ ตอนที่ยังเป็นเด็ก

บริตต์ โรเบิร์ตสัน นักแสดงจาก หนังโรแมนติก ดราม่า เรื่อง The Longest Ride มารับบทเป็น เคซีย์ นิวตัน เด็กวัยรุ่น ที่มีความเชี่ยวชาญ ทางด้านเทคโนโลยี

ฮิว ลอรี นักแสดงจาก หนังแอคชั่น ผจญภัย เรื่อง The Man in the Iron Mask มารับบทเป็น เดวิด นิกซ์ ผู้ปกครองของเมือง ทูมอโรว์แลนด์

ราฟฟีย์ แคสซิดี้ นักแสดงจาก นักแสดงจาก หนังแอคชั่น ผจญภัย เรื่อง Snow White and the Huntsman มารับบทเป็น อธีน่า หุ่นยนต์ ที่กำลังค้นหาบุคล ที่มีความสามารถ เพื่อเดินทางไปยังทูมอโรว์แลนด์ทิม แม็กกรอว์ นักแสดงจาก หนังอัตชีวประวัติ กีฬา เรื่อง The Blind Side มารับบทเป็น เอ็ดดี้ นิวตัน พ่อของเคซีย์

เรื่องราวในภาพยนตร์เริ่มต้นขึ้น โดยเล่าถึงแฟรงก์ วอล์กเกอร์ ที่กำลังพูดอธิบาย เกี่ยวกับโลกอนาคต

ก่อนที่ภาพจะตัดกลับมายังอดีต ในตอนที่แฟรงก์ยังเป็นเด็ก เขาได้นำสิ่งประดิษฐ์เจ็ทแพ็ค ที่เขาทำขึ้นเอง มาประกวดชิงเงินรางวัล ซึ่งถึงแม้มันจะไม่ผ่าน เพราะยังไม่สามารถใช้งานได้จริง ๆ แต่เขาก็ได้เจอกับอธีน่า เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่มองว่าสิ่งประดิษฐ์ของเขานั้น มีความน่าสนใจ

ซึ่งอธีน่า ก็ได้ให้เข็มกลัดอะไรบ้างอย่างแก่แฟรงก์ โดยเข็มกลัดอันนี้ก็ได้พาแฟรงก์ เดินทางไปยังโลกอนาคต ที่มีชื่อว่าทูมอโรว์แลนด์ ก่อนที่ภาพจะตัด กลับมายังปัจจุบันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ก็ได้พูดถึง เคซีย์ นิวตัน ซึ่งเธอก็ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้น ของเรื่องราวทั้งหมด

เมื่อตอนที่เธอถูกจับ จากการพยายามเข้าไปขัดขวาง การส่งจรวดออกไปยังนอกโลก ซึ่งนั่นทำให้เธอ ได้เจอกับเข็มกลัด ที่เมื่อเธอสัมผัสมัน มันจะทำให้เธอเห็นโลกอนาคตได้ แต่หลังจากนั้นสักพัก เข็มกลัดก็หมดพลังลง

เธอจึงพยายามสืบหาข้อมูล เกี่ยวกับเรื่องนี้ จนไปพบเข้ากับร้าน Blast From The Past โดยที่ร้านนั้น เธอก็ได้พบกับอธีน่า ที่ได้มาช่วยเหลือเธอ จากการถูกเจ้าของร้านทำร้าย ซึ่งเธอก็ได้รู้ความจริง

เกี่ยวกับเรื่องเข็มกลัด และความจริงที่ว่าอธีน่า นั้นเป็นหุ่นยนต์ และต้องการให้เคซีย์ช่วยเหลืออนาคต โดยเธอก็ได้พาเคซีย์ ไปพบกับแฟรงก์ ซึ่งที่นั่นเองก็ได้ทำให้เธอได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับโลกอนาคต ที่กำลังจะล่มสลาย และต้องการทำอะไรสักอย่าง เพื่อหยุดยั้งมัน

tomorrowland ผจญแดนอนาคต หนังทุนสร้างสูง ที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูเพลิน

ด้วยความที่เป็น หนังไซไฟ ที่ต้องดีไซน์งานสร้าง และฉากต่าง ๆ ให้สมกับความแฟนตาซี ของโลกแห่งอนาคต จึงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นภาพยนตร์อีกเรื่อง ที่ใช้ทุนสร้างสูงมาก ๆ ถึง 190,000,000 ดอลลาร์ด้วยกัน ถึงแม้จะทำรายได้รวมทั้งโลก ไปได้เกินทุนสร้างนิดหน่อย ที่ 209,035,668

แต่ก็ถือได้ว่าไม่ประสบความสำเร็จ เท่าที่ควรสักเท่าไหร่ แต่ก็เป็นที่แน่นอนว่า ทุนสร้างสูงถึงขนาดนี้ งานโปรดักชั่น และงานด้านภาพ ของภาพยนตร์เรื่องนี้ เรียกได้ว่าน่าชื่นชมเลยทีเดียว

กับการสร้างโลกในอนาคต ที่เต็มไปด้วยจินตนาการ ผสมผสานกับความเป็นวิทยาศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นหนังที่มอบแนวคิดดี ๆ ที่เหมาะกับทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ที่ได้รับชมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการไม่ยอมแพ้ต่ออะไร ที่ยังไม่เกิดขึ้นง่าย ๆ การพยายามมองโลกในแง่ดี การตั้งใจทำอะไรสักอย่าง เพื่อเปลี่ยนแปลงโลก 

ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่อง การผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ แต่น่าเสียดายที่ช่วงหลัง ทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร

เป็นภาพยนตร์ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงต้นเรื่อง ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำได้ค่อนข้างน่าสนใจ ทั้งวิธีการเล่าเรื่อง และงานด้านสเปเชี่ยลเอฟเฟค ถึงมุมมอง และวิสัยทัศน์ของโลกอนาคต ที่ทำให้รู้สึกว้าวได้เลยทีเดียว

แต่ในไม่ช้าเรื่องราวของ การผจญภัยที่ดูน่าตื่นเต้น เมื่อตอนฉากเปิดเรื่องกลับกลายไปเป็นเรื่องราว ของการไล่ล่ากันของหุ่นยนต์ไปซะอย่างงั้น อีกทั้งเรื่องของตัวละครร้ายตัวหลักในเรื่องอย่าง เดวิด นิกซ์

ซึ่งหากมองในแง่การแสดงก็ถือว่ายังพอโอเค แต่เมื่อมองถึงลักษณะนิสัย ที่มองทุกอย่างในแง่ร้ายไปซะทุกเรื่อง การขาดแรงจูงใจที่น่าสนใจ จนทำให้มิติ และความน่าสนใจลดน้อยลง จนกลายเป็นเหมือนตัวละครที่ดูไม่โดดเด่น สมกับการเป็นตัวร้ายซะเท่าไหร่

หรือตัวละครหลักอีกตัวอย่าง เคซีย์ นิวตัน ตัวหลักที่ไม่เคยล้มเหลวอะไรเลย อีกทั้งยังดูเหมือนจะเก่งกว่าทุก ๆ คนในเรื่องไปแบบทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เล่าว่าเธอเคยทำอะไรมาก่อน ที่มีเพียงการมองโลกในแง่ดี ก็สามารถทำอะไรสำเร็จไปซะแทบทุกอย่าง อย่างไม่น่าเชื่อ

อีกทั้งลักษณะนิสัยยังค่อนข้างน่ารำคาญไปสักหน่อยอีกด้วย โดยอีกเรื่องที่เป็นที่น่าเสียดายของภาพยนตร์เรื่องนี้เลยก็คือวิธีการดำเนิน ที่สามารถดำเนินเรื่องดีในตอนแรก แต่ตอนจบออกมาค่อนข้างง่าย และจุดไคลแมกซ์ของเรื่องที่ธรรมดาไปหน่อย

Posted on Leave a comment

Catch me if you can จับให้ได้ถ้านายแน่จริง หนึ่งในผลงานชิ้นเอกของ สตีเวน สปีลเบิร์ก

catch me if you can

catch me if you can จับให้ได้ถ้านายแน่จริง หนึ่งในผลงานชิ้นเอกของ สตีเวน สปีลเบิร์ก

catch me if you can ผู้ที่ใช้ความฉลาด และพรสรรค์ในการสร้างเสียหาย หลายล้านดอลลาร์ จากการปลอมแปลงเช็ค ซึ่งนื้อหาหลักในภาพยนตร์นั้น จะเป็นการดัดแปลง มาจากหนังสือ เกี่ยวกับชีวประวัติของ แฟรงก์ อบาเนล อดีตนักต้มตุ๋นชื่อดังในอดีต ผู้ที่มีความสามารถหลอกหลวงผู้อื่น การสร้างตัวตน แอบอ้าง เพื่อเป็นใครก็ได้

ไม่ว่าจะเป็น นักบิน แพทย์ หรือทนายความ โดยในภาพยนตร์นั้น จะเป็นการเล่าเรื่องราว ผ่านสองตัวละคร สองมุมมองคือฝ่ายของตัว อบาเนล กับมุมมองของหน่วย FBI ที่ติดตามตัวของอบาเนล ซึ่งก็จะเล่าเรื่องราวทั้งหมด เริ่มต้นแต่วัยรุ่น จนเข้าสู่วงการ และกระทั่งถูกจับกุมในที่สุด

ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้นั้น นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง ผลงานชิ้นเอก ของผู้กำกับหนังชื่อดังแห่งวงการ หนังฮอลลีวูด อย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก เลยก็ว่าได้ เพราะตัวหนัง สามารถทำออกมาได้อย่างครบรส และประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ทั้งในแง่ของรายได้ คําวิจารณ์

นอกจากการได้เนื้อเรื่อง จากหนังสือชื่อดัง กำกับภาพยนตร์โดยผู้กำกับดังแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ ยังได้รวบรวมเอานักแสดง ระดับซุปเปอร์สตาร์ของวงการ อย่าง ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และทอม แฮงก์ส มาแสดงร่วมกันอีกด้วย จึงสามารถการันตีได้เลยว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป้น หนังดี ๆ ที่ครบรสอย่างแน่นอน เว็บดูหนังฟรี

catch me if you can กำกับภาพยนตร์โดย สตีเวน สปีลเบิร์ก พ่อมดแห่งวงการ หนังฮอลลีวูด

ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ 3 ครั้ง ที่สร้างหนังดัง ๆ ระดับตำนานมาแล้วหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น หนังสงคราม อย่าง Saving Private Ryan หรือ หนังแฟนตาซี ไซไฟ เรื่องดังอย่าง E.T. the Extra-Terrestrial นอกจากนี้สปีลเบิร์ก ยังได้ชื่อว่าเป็นผู้กำกับ 

ที่สามารถที่สร้างหนัง ที่หนังรายได้มากที่สุดในโลกอีกด้วย ด้วยตัวเลขสูงถึง 10,504 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการนับรวม เอารายได้ทั้งหมด จากภาพยนตร์ที่ตัวเขากำกับ ด้านบทของภาพยนตร์นั้น นับได่ว่าเป็น หนังดัดแปลงจากหนังสือ ที่ใช้ชื่อเดียวกับภาพยนตร์

ซึ่งเขียนโดยตัวของ แฟรงก์ อบาเนล ซึ่งเป็นตัวละครหลักในเรื่องเอง ซึ่งก็ได้นักแสดงนำ ชื่อดังแห่งวงการ มาร่วมแสดงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ นักแสดงนำจาก หนังโรแมนติก ระดับตำนานเรื่อง Titanic

ทอม แฮงส์ เจ้าของออสการ์ สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จาก หนังออสการ์ อย่าง Forrest Gump และคริสโตเฟอร์ วอลเคน จาก หนังแอคชั่น อย่าง Last Man Standing มาร่วมแสดง 

เรื่องราวในภาพยนตร์เริ่มต้นขึ้น โดยการเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อปี 1969 เมื่อเจ้าหน้าที่ คาร์ล แฮนแร็ทตี้ (รับบทโดย ทอม แฮงส์) เดินทางไปยังเรือนจำฝรั่งเศส เพื่อรับตัว แฟรงค์ อบาเนล ไปยังสหรัฐอเมริกา 

จากนั้นจึงเริ่มเล่าถึงเหตุการณ์ ย้อนหลังไปในช่วงที่ แฟรงค์ อบาเนล (รับบทโดย ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) เด็กหนุ่มวัยรุ่นอายุ 16 ปี ที่กำลังอาศัย อยู่กับพ่อของเขาที่นิวยอร์ก ซึ่งต่อมาครอบครัวของเขา เริ่มมีปัญหาเรื่องการทุจริตภาษี

จึงทำให้ครอบครัวของเขา ต้องย้ายออกไปยังอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ พร้อมกับสร้างความตึงเครียด ภายในครอบครัว เมื่อครอบครัวเริ่มแตกแยก ตัวของแฟรงค์ ก็ได้ตัดสินใจที่จะออกไปใช้ชีวิตข้างนอก

แต่ในเมื่อไม่มีเงิน จึงทำให้เขาต้องเริ่มใช้ชีวิต ด้วยการเข้าสู่วงการนักต้มตุ๋น ที่เริ่มหาเงินจากการ ปลอมมแปลงเอกสาร เช็ค และสมัครเป็นทำงาน เป็นอาชีพต่าง ๆ มากมาย

ไม่ว่าจะเป็นทั้ง นักบิน หมอ ทนายความ จนเริ่มสร้างความเสียหายมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้คาร์ล แฮนแร็ทตี้ เจ้าหน้าที่ของหน่วย FBI เริ่มทำการติดตาม และพยายามที่จะจับตัวของแฟรงค์ ให้จงได้

ภาพยนตร์ที่สามารถทำรายได้ สูงเป็นอันดับที่ 11 จากภาพยนตร์ทั้งหมดในปี 2002

ด้วยการกวาดรายได้ทั่วโลก สูงมากถึง 352,114,312 ดอลลาร์ จากทุนสร้างเพียง 52,000,000 ดอลลาร์ จึงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นภาพยนตร์ที่ถือได้ว่า ประสบความสำเร็จในด้านของรายได้ เป็นอย่างสูง

ซึ่งภาพยนสตร์เรื่องนี้เอง ก็ได้รับเรท PG13 ในการเข้าฉาย โดยอาจจะมีเนื้อหา เกี่ยวกับเรื่องเพศ และภาษาบ้างเล็กน้อย แต่ก็ถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์ ที่เหมาะสำหรับผู้ชมทุกคน เพราะตัวหนังเอง ก็ได้ให้ข้อคิด มุมมองต่าง ๆ ที่ดีอยู่เช่นกัน 

หนังน่าทึ่งที่ทำให้ความยาวกว่า 2 ชั่วโมงของหนัง ดูได้อย่างไม่น่าเบื่อเลย

นับได้ว่าเป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่ airheads.net บอกได้เลยว่า ไม่ควรที่จะพลาดอย่างเด็ดขาด เพราะสามารถพูดได้ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้นั้น เป็นหนึ่งในหนังชีวประวัติ ที่ดีที่สุด ที่เคยมีมาเลยทีเดียว

ไม่เพียงแต่เฉพาะเรื่องของบท เนื้อหาในภาพยนตร์ ที่น่าสนใจ มีครบทั้งเรื่องตลก ดราม่า แต่ยังรวมไปถึงนักแสดง ที่สามารถแสดงได้ถึงบทบาท โดยเฉพาะตัว ดิคาปริโอ ที่สามารถแสดงบทบาทของแฟรงค์ อบาเนล ได้อย่างยอดเยี่ยม มีเสน่ห์ และมีความโดดเด่น 

นอกจากนี้การดีไซน์ฉาก คอสตูมต่าง ๆ และงานโปรดักชั่น ให้เห็นถึงภาพในช่วงยุค 60 นั้น ยังสามารถทำออกมา ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย โดยถึงแม้เนื้อหาในภาพยนตร์ จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความคลุมเครือ ทางด้านศีลธรรม

แต่กลับสามารถนำมาดัดแปลง จนกลายเป็นจุดที่น่าสนใจ ได้ตลอดทั้งเรื่อง นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่ง ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากในหนัง ที่ตัวหนังต้องการจะสื่อออกมา ก็คือด้านทัศนคติ และวิธีการคิดต่าง ๆ ของตัวละครหลัก อย่างแฟรงค์

ที่สามารถทำให้เรานำมาปรับ และใช้พัฒนาตัวเองได้ จึงทำให้โดยรวมแล้ว นี่เป็นภาพยนตร์ที่มีความสนุก ทำออกมาได้อย่างดี ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นผลงานชิ้นเอก เท่าภาพยนตร์เรื่องอื่น ของสปีลเบิร์ก แต่ก็ยังนับได้ว่าเป็นอีกภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยม

Posted on Leave a comment

The Last Samurai มหาบุรุษซามูไร อีกหนึ่งเรื่องที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ดีที่สุด

The Last Samurai

The Last Samurai คือ หนังประวัติศาสตร์ ที่อ้างอิงมาจากบุคคลที่อยู่ ในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นจริงๆ โดยเล่าเหตุการณ์ของชายที่ชื่อว่า ไซโกะ ทากาโมริ ซึ่งในหนังได้เปลี่ยนเป็นชื่อ คัทซึโมโต นำแสดงโดย เคน วาตานาเบะ โดย ไซโกะ ผู้ซึ่งเป็นขุนนางเก่าแก่ เคยเป็นผู้นำทหารรัฐบาลเมจิ และได้เปลี่ยนแปลงอำนาจจากโชกุน มาเป็นองค์จักพรรดิแทน เหมือนการรวมศูนย์อำนาจ ไว้ในที่โตเกียวเพียงอย่างเดียว

อีกทั้ง ไซโกะ ยังเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง ของกองทัพญี่ปุ่นในขณะนั้นอีกด้วย จึงนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของจักรวรรดิญี่ปุ่น ไซโกะ ได้เสนอให้มีการส่งผู้แทนไปประจำที่เกาหลี ซึ่งคาดว่าจะถูกฆ่าในประเทศเกาหลี จึงทำให้เพื่อเป็นข้ออ้างในการ บุกโจมตีประเทศเกาหลี  

แต่คนในรัฐบาลขณะนั้นไม่เห็นด้วย ไซโกะ จึงลาออกจากรัฐบาลและกลับบ้าน จนเขาได้จัดตั้งกลุ่มกบฎซามูไร ต้องบอกก่อนว่า ในขณะนั้นญี่ปุ่นเปิดประเทศทางการค้า วัฒนธรรมจากโลกตะวันตกเข้ามามี อิทธิพลในประเทศญี่ปุ่น ซามูไรจึงมีบทบาทน้อยลง จ

นถึงขั้นยากจนกันเลยทีเดียว นี้ก็เป็นเหตุอีกปัจจัย ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์กบฎซามูไรขึ้น นายไซโกะ ได้ทำนำกองทัพซามูไร เข้าต่อสู้กับทหารพลปืนยุคใหม่ จนในที่สุดทางฝั่งของไซโกะ ได้รับความพ่ายแพ้และทำฮาราคีรีปิดฉากตนเอง

ในเวลาต่อมาพระจักรพรรดิ์ ทรงพระราชทานอภัยโทษให้กับเหล่าซามูไร และยกย่อง ไซโกะ ผู้เป็นซามูไรคนสุดท้าย ที่เต็มไปด้วยเกียรติแห่งวิถีดั่งเดิม ซึ่งถ้าวิเคราะห์แล้วเหมือนเป็น สงครามกลางเมืองทางวัฒนธรรม

the last samurai เรื่องย่อ และเนื้อหา เป็นอย่างไรบ้าง ?

เป็นผลงานการกำกับของ เอ็ดเวิร์ด ซวิค ผู้ที่ซึ่งมีผลงานการทำ หนังดราม่า แอ็คชั่น อย่างเรื่อง Blood Daimon , Glory , Legends of the Fall เป็นต้น เรื่องราวนำเสนอผ่านมุมมอง ร้อยเอก นาธาน อัลเกร็น นำแสดงโดย ทอม ครูซ นายทหารผู้ที่เคย สู้เพื่อเกียรติยศของชาติ ในสงครามกลางเมือง

แต่หน้าที่ภารกิจที่เขาได้รับ หลังจากนั้นเหมือนเป็นการสู้ เพื่อผลประโยชน์ของใครบ้างกลุ่ม ไม่ใช่เพื่อชาติอีกต่อไปเหมือนในอดีต จึงทำให้เขากลายเป็น คนไร้จุดหมาย ในการใช้ชีวิต จนกระทั่งเขาได้ถูกว่าจ้าง ให้เป็นครูฝึกทหารในประเทศญี่ปุ่น

เพื่อนำไปสู่ความทันสมัย ของกองทัพ ในภารกิจแรก เอ็ดเวิร์ด เหมือนได้ฝึกชาวนาใช้ปืน เพื่อทำการออกรบ กับกบฏซามูไร ที่หลายๆคนต่างยกย่องให้เป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ในวิถีแห่งซามูไร ทำให้สองคนต้องมาเจอกัน ระหว่าง อัลเกร็น และ คัทซึโมโต การต่อสู้ขัดแย้งกันระหว่าง วัฒนธรรมดั่งเดิมกับวัฒนธรรมยุคใหม่

แต่ในหนังเลือกถ่ายทอดมุมมอง ของการผสมผสานวัฒนธรรมร่วมกัน โดยที่เราไม่ลืมรากเง้าของตัวตนไป ทำให้ชีวิตของ อัลเกร็น นั้นเปลี่ยนมุมมองไป เขาได้เห็นการต่อสู้ที่ มีเกียรติและความหมายของหลัก บูชิโด การฆ่านั้นย่อมมีเกียรติ

สุดท้ายแล้วสงครามระหว่างกบฎซามูไรก็จบละ คัทซึโมโต ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทน ของรากเง้าญี่ปุ่นไม่ให้ถูบลบหาย จากการเข้าสู่ยุคความหลากหลายทางวัฒนธรรม สิ่งที่คัทซึโมโต ก่อกบฏในครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการย้ำเตือน จักรพรรดิ์ให้รักษาจารีตดั่งเดิม อย่าได้เห็นว่าความศรีวิไลนั้นมาทำลายตัวตนของเรา ดูหนังออนไลน์ฟรี

The Last Samurai หนังแอคชั่น ที่ควรดู เรื่องนี้ พูดถึง วัฒนธรรมของญี่ปุ่นอย่างไรบ้าง ?

หนังหยิบยกการพูดถึง เกียรติแห่งนักรบ บูชิโด โดยจุดเริ่มต้นของคำว่า บูชิโด มาจากการนำความเชื่อแบบพุทธนิกายเซน ที่เชื่อว่าการตายแล้วเกิดใหม่ จึงทำให้ซามูไรไม่กลัวที่จะตาย ในสนามรบ คุณสมบัติสำคัญของหลักนี้ มีทั้งหมด 7 ข้อ 

คือมีความยุติธรรม กล้าหาญ เมตตากรุณา นับถือซึ่งกันและกัน ซื่อตรง มีเกียรติ และจงรักภักดี หลักบูชิโดจึงถึกใช้มาตั้งแต่สืบมา จนถึงปัจจุบันเลยก็มี สาเหตุที่หนังเลือกชาวต่างชาติเป็นตัวดำเนินเรื่อง ก็เพื่อที่จะให้เห็นวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น และค่อยๆเข้าใจมันไปทีละนิด พร้อมกับตัวละคร ด้วยขนบธรรมเนียมที่เก่าแก่ของญี่ปุ่น

ทำให้ชาวตะวันตก รู้สึกซึ้งของจุดหมายในการดำรงชีวิต เป็นหลักในหลายๆเรื่อง แม้กระทั่งการปกครองด้วยเช่นกัน หนังยังหยิบยกความเข้มแข็งทางจิตใจชาวญี่ปุ่น ถึงแม้ตนเองจะมีกำลังที่น้อยกว่า แต่ก็ต่อสู้ไม่ถอย วิ่งถือดาบสู้กับลูกกระสุนปืน

ซึ่งเป็นอาวุธสมัยใหม่ โดยที่ไม่กลัวตายเหมือนอย่างในเนื้อเรื่อง หนังพูดถึงความขัดแย้ง ทางความคิดระหว่างหัวเก่าและหัวใหม่ ทั้งฝ่ายพยายามที่จะสุดโต่ง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่มันกลับไม่ใช่คำตอบของทั้งหมด เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่สูญเสียก็คือคนในชาตื ที่ต้องมาฆ่ากันเอง

เพราะขัดแย้งกันในเรื่องวัฒนธรรม เมื่อโลกเข้าสู่ยุคใหม่ อะไรที่ไม่จำเป็นหรือไม่ได้ตอบสนอง ชีวิตตัวเองในขณะนั้น จึงถูกสิ่งใหม่มาแทนที่สิ่งเดิม แต่กลิ่นไอของความเป็นตัวตน ของรากเง้าดั่งเดิม ก็ยังบ่งบอกถึงความเป็นชาตินั้นอยู่ดี หนังเรื่องนี้เหมือน คอยย้ำเตือนเราถึงความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นยุคไหน เราต้องเปิดใจยอมรับกับสิ่งใหม่ๆอีกด้วย

สิ่งที่ถูกซ้อน เอาไว้ภายในเรื่อง

สิ่งที่ถูกซ้อนเอาไว้ ในหนังเรื่องนี้ก็คือ ฉากจบของเรื่องที่ เป็นตัวบอกบทสรุปของหนังเรื่่องนี้ และสิ่งที่ญี่ปุ่นเป็นมาตลอดจนถึง ปัจจุบันนั้นก็คือ ฉากที่ ร้อยเอก นาธาน มอบดาบประจำตัวของ คัทซึโมโต ให้กับองค์จักพรรดิ์ พร้อมกับพูดถึงวาระสุดท้ายตอนตาย 

ถือว่าเป็นฉากนัยยะสำคัญที่องค์พระจักรพรรดิ์ทรงยอมรับ และเข้าใจวิถีดั่งเดิมที่เป็นเสาหลัก การปกครองที่ผ่านมาหลายชั่วอายุคน เพราะในตลอดทั้งเรื่อง องค์จักรพรรดิ์เองทรงไม่รับดาบ ตามที่ คัทซึโมโต มอบให้ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งตัวของเขาพยายามรักษา วิถีดั่งเดิมไว้ไม่ให้เสื่อมหายไป

แต่ด้วยตัวจักรพรรดิ์เองทรงชอบวิวัฒนาการ ของชาวตะวันตก เป็นอย่างมาก รวมถึงวัฒนธรรมอีกด้วย ถึงขั้นมีกฎบ้านเมืองไว้ว่าห้ามพกดาบ และไว้ผมมัดหางตามธรรมเนียมเดิม ทำให้ซามูไรต่างไม่พอใจ เพราะถือว่าเป็นสิทธิพิเศษบ่งบอกถึง สถานะของตนเองในอดีต

เพื่อเป็นพระประสงค์ ขององค์พระจักรพรรดิ์ ที่ต้องการให้ประเทศญี่ปุ่น พัฒนาเท่าเทียมกับโลกตะวันตก ไม่อยากให้มหาอำนาจชาติอื่น มองว่าเป็นประเทศป่าเถื่อนดั่ง ยุคก่อน ฉากที่กล่าวมา จึงเป็นจุดสำคัญของเรื่อง ที่ผสานบาดแผลคนในชาติ เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่กำลังมาถึง 

สิ่งที่ได้จากการดู หนังเรื่องนี้

นอกจากเรื่องราว ดราม่า ที่เข้มข้นภายในเรื่องแล้ว การถ่ายทอดอารมณ์หรือความรู้สึกของตัวละคร ออกมาได้อย่างดี ด้วยที่ตัวละครเป็นคนสองวัฒนธรรมต่างภาษา จึงเกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกัน

ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ มีความน่าสนใจและเป็นเสน่ห์ของเรื่องนี้ การเปิดใจคบหาชาวต่างชาติ ของหญิงสาวญี่ปุ่นเพศที่ถูกตีกรอบ ในขนบประเพณีอยู่ ใต้ความเป็นใหญ่ของสังคมชาย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาคือ นอกจากญี่ปุ่นจะเปิดประเทศทางการค้าแล้ว ยังเปิดรับวิสัยทัศน์จากชาวตะวันตก

เพื่อพัฒนาประเทศทั้งทางเศรษฐกิจและทางสังคม ให้เป็นตัวเองเป็นประเทศมหาอำนาจ ในวันข้างหน้า จึงทำให้ รีวิวหนัง มองว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นมากกว่า หนังดราม่า แอคชั่น ฉากสู้รบกัน ระหว่างวิถึแบบเก่าและใหม่ ทำออกมาได้เข้าถึงอารมณ์ เข้าใจเหตุผลความขัดแย้งทางความคิด

การแสดงยังคงหนีไม่พ้นความเป็น ทอม ครูซ เน้นการพูดน้อยแต่บู๊หนัก แต่พอมาอยู่ในเรื่องนี้ กลับสร้างภาพจดจำหนังทอมครูซ อีกเรื่องที่ เขาได้แสดงเอาไว้ หนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังซามูไรยุค เริ่มต้นปี 2000 โดยหนังได้เริ่มเข้าฉายในปี 2003

ทำให้คนทั่วโลกรู้จักประเทศญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น กระแสซามูไรเป็นที่รู้จักกันจริงๆ ก็เพราะหนังเรื่องนี้ หากใครเป็นผู้ชื่นชอบหนังแนวประวัติศาสตร์ เรื่องนี้ถือว่าไม่ควรพลาด ถึงแม้เนื้อเรื่องจะไม่ได้อ้างอิงจากเรื่อง จริงมาทั้งหมดก็ตาม แต่ก็ประสบความสำเร็จในการ เผยแพร่วัฒนธรรมดั่งเดิมของญี่ปุ่น ให้โลกได้รู้จัก

Posted on Leave a comment

Venom หนังทำเงินของปี 2018 จากหนังฮีโร่ทั่วไป

Venom

Venom หนังแอคชั่น ไซไฟ ของวายร้ายสุดอันตรายแห่งจักรวาลมาร์เวล

Venom คือชื่อของหนึ่งในตัวละครการ์ตูนคอมิกส์ คู่ปรับคนสำคัญของสไปเดอร์แมน โดยหลังจากที่ปัจจุบันนี้ มีการนำการ์ตัวการ์ตูน เป็นจำนวนมาก จากทางค่ายมาร์เวลคอมิกส์นี้เอง มาสร้างเป็นตัวละครหลัก เป็นจำนวนมาก มากจนถึงขนาดที่สามารถนำเอาตัวละครฮีโร่ จากภาพยนตร์แต่ละเรื่องมารวมทีม ให้กลายเป็นหนังอีกเรื่องได้เลยทีเดียว ดูหนัง

โดยตัวของเวน่อมที่เราจะพูดถึงในวันนี้นั้น ก็เป็นหนึ่งในตัวร้าย และคู่ปรับของซุปเปอร์ฮีโร่ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อย่างสไปเดอร์แมนนั้นเอง ซึ่งในอดีตนั้น เจ้าตัวเวน่อมนี้ก็เคยไปโผล่ ในภาพยนตร์เรื่อง Spider Man 3 เมื่อปี 2007 มาก่อนแล้ว

ก่อนที่ทางค่ายโซนี่เอง จะตัดสินใจรีบูทจักรวาลสไปเดอร์แมนนั้น ซึ่งการกลับมาสร้างหนังเดียวของเวน่อมในครั้งนี้ ยังคงเป็นหนังของค่ายโซนี่ที่ยังคงถือครองลิขสิทธิ์อยู่ จึงทำให้เรานั้นอาจจะไม่ได้เห็นตัวร้ายตัวนี้ เข้าไปร่วมแจมในจักรวาลซุปเปอร์ฮีโร่ของ หนังมาร์เวล เรื่องอื่น ๆ

แต่ก็นับเป็นครั้งแรกของทางค่าย ที่มีการนำเอาตัวละครวายร้าย มาสร้างเป็นตัวเอกของเรื่อง แทนเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ ด้วยคอนเซ็ปของการสร้างหนัง ที่แปลกแนวของทางค่าย อย่างการพูดถึงโลกนี้ ที่มันจะมีซุปเปอร์ฮีโร่มากเกินไปแล้ว

ซึ่งเนื้อหาสำคัญ ๆ ที่จะเล่าในภาพยนตร์นั้น จะเล่าถึงจุดกำเนิดของตัวเวน่อม ประวัติความเป็นมา และความสามารถของมัน เมื่อซิมบิโอตสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว ที่มีความสามารถในการเข้าควบคุมร่างของสิ่งมีชีวิต

เกิดหลุดเข้ามาในโลก และมันต้องการที่จะยึดครองโลก และด้วยเนื้่อหาที่จะเล่า และเกริ่นถึงประวัติความเป็นมา ของสิ่งมีชีวิตตัวนี้เอง จึงกลายเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่เรานั้นจะไม่ได้เห็นสไปเดอร์แมน ต่อสู้กับเขาในภาคนี้ 

Venom กำกับภาพยนตร์โดย รูเบน เฟลเชอร์ ผู้กำกับที่ฝากผลงาน หนังซอมบี้ เรื่องดังอย่าง Zombieland 

และ หนังแก๊งสเตอร์ อย่าง Gangster Squad และภาพยนตร์เรื่องเวน่อมนี้เอง ก็คือ หนังซุปเปอร์ฮีโร่ เรื่องแรก ที่เขากำกับ โดยเรื่องของบทภาพยนตร์ และเนื้อหาต่าง ๆ มีการอ้างอิง และเป็น หนังดัดแปลงจากหนังสือ มาร์เวลคอมิกส์

ซึ่งเขียนบทโดย เจฟฟ์ พิงค์เนอร์ นักเขียนบทผู้มีผลงานอย่าง หนังผจญภัย เรื่อง Jumanji Welcome to the Jungle พร้อมกับการได้นักแสดงดังมากฝีมืออย่าง ทอม ฮาร์ดี้

จาก หนังออสการ์ หกรางวัล อย่าง Mad Max: Fury Road พร้อมด้วย มิเชล วิลเลียมส์ จากภาพยนตร์เรื่อง Brokeback Mountain และริซ อาห์เมด นักร้อง และนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง Jason Bourne มาร่วมแสดง

venom

เรื่องราวในภาพยนตร์เริ่มต้นขึ้น โดยการเปิดเผยถึงเหตุการณ์ กระสวยอวกาศที่ตกลงบนโลก แต่กลับมีผู้รอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์

และเรื่องราวก็จะเล่าถึง ตัวละครอย่าง เอ็ดดี้ บร็อค (รับบทโดย ทอม ฮาร์ดี้) นักข่าวผู้มีหน้าตามทำข่าว เกี่ยวกับคน ที่ไม่อยากถูกให้ตาม ซึ่งได้ข้อมูล เกี่ยวกับเรื่องของโครงการ การเดินทางไปยังอวกาศของ เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ของ คาร์ลตัน เดรก (รับบทโดย ริซ อาห์เมด) มหาเศรษฐี เจ้าของมูลนิธิวิจัย

เอ็ดดี้จึงได้เดินทางไปสัมภาษณ์เดรก เพื่อพยายามที่จะเปิดโปง ถึงเรื่องราวการตาย และความรับผิดชอบ ซึ่งเหตุการณ์นี้เอง จึงส่งผลทำให้เอ็ดดี้ ต้องถูกไล่ออกจากงาน และเลิกกับแฟนสาวอย่าง แอน เวย์อิง (รับบทโดย มิเชล วิลเลียมส์)

แต่ในหกเดือนต่อมา เอ็ดดี้ก็ต้องกลับเข้าไป ยังมูลนิธิวิจัยนี้อีกครั้ง หลังจากได้รับข้อมูล และขอความช่วยเหลือ ในการสืบหาเบาะแสเกี่ยวมูลนิธิ ที่กำลังทำการทดลองบางอย่าง ภายในตัวมนุษย์ จากหนึ่งในนักวิจัย ที่กำลังทำงานอยู่ภายในศูนย์วิจัย โดยการเข้าไปค้นหาข้อมูลในครั้งนี้เอง

เขาก็ได้รู้จักกับตัว ซิมบิโอต สิ่งมีชิวิตจากต่างดาว ที่มูลนิธิกำลังทำการวิจัยอยู่ และได้ทำการถ่ายภาพ เกี่ยวกับการทดลองต่าง ๆ เกี่ยวกับมนุษย์ ที่มูลนิธินี้กำลังทำอยู่ ซึ่งการเข้าไปทำข่าวในครั้งนี้ ของตัวเอ็ดดี้เอง ก็ทำให้เขาได้พบเข้า กับคนรู้จักของเขาเอง

ที่กำลังถูกทำการทดลองบางอย่างอยู่ ตัวเอ็ดดี้เองนั้น ได้พยายามที่จะเข้าไปช่วยเธอออกมา แต่เขาดันกลับถูกเวน่อม หนึ่งในซิมบิโอต ที่แฝงตัวในคนรู้จัก ได้เข้ามาสิงในร่างของเขาแทน ก่อนที่เขาจะหนีออกจากมูลนิธิไป จากการเข้ามาสิงในตัวของเวน่อมนั้น

มันจึงทำให้เอ็ดดี้มีอาการแปลก ๆ เกี่ยวกับร่างกาย และค่อย ๆ ได้เริ่มทำความรู้จักกับเวน่อม ซิมบิโอตที่อยู่ในตัวของเขา ก่อนที่ทั้งเอ็ดดี้ และเวน่อมจะต้องร่วมกันหยุดเดรก ไม่ให้ทำตามแผนการ และหยุดเหล่าซิมบิโอตตัวอื่น ๆ เพื่อที่จะปกป้องโลกเอาไว้

Venom หนังแอนตี้ฮีโร่เรื่องนี้ คือ หนังอีกเรื่องของปี 2018 ที่ประสบความสำเร็จ ทางด้านรายได้เป็นอย่างสูง

ด้วยรายได้ทั่วโลก ที่เรียกได้ว่ามหาศาลถึง 856,085,151 ดอลลาร์สหรัฐ จากทุนการสร้างภาพยนตร์ ที่ประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาพร้อมกับเรทหนัง PG-13 ที่ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ก็สามารถดูได้

ซึ่งเจ้าตัวเวน่อมเอง ถึงแม้จะไม่ได้เป็นตัวละครเกี่ยวกับฮีโร่ ที่มีความโด่งดัง และฐานแฟนคลับมากนัก แต่หากเราดูจากจำนวนรายได้ ของภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วล่ะก็ คงจะบอกได้เลยว่าแนวคิด เรื่องการสร้างภาพยนตร์จากการนำเอาตัวร้าย มาเล่าถึงมุมมองใหม่ ๆ

ก็สามารถได้รับความนิยม และประสบความสำเร็จ ได้อย่างมากเช่นกัน เพราะหากพูดกันตามตรงแล้วในช่วงยุคหลัง ๆ ของวงการหนังเกี่ยวกับการ์ตูนแล้ว ภาพยนตร์เล่าเรื่องซุปเปอร์ฮีโร่นั้น ที่นำเสนอแต่เรื่องราวมุมดี ๆ ยุติธรรมทุกอย่าง เป็นฮีโร่ในอุดมคติแบบร้อยเปอร์เซ็นนั้น มีออกมาเป็นจำนวนมาก จนอาจจะทำให้ผู้ชมหลาย ๆ คนเริ่มเบื่อ 

venom

หนังที่สร้างขึ้นด้วยแนวคิด ที่แปลกใหม่ และแตกต่างจากหนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่น ๆ 

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ถึงเรื่องของหนังซุปเปอร์ฮีโร่ ที่ช่วง 10 ปีนี้มีเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่แนวทางต่าง ๆ ยังคงเป็นแบบเดิม ซึ่งที่ดูจะพอฉีกแนว สำหรับหนังซุปเปอร์ฮีโร่ มากกว่าเรื่องอื่น ก็คงจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง DeadPool

แต่ด้วยความรุนแรง และเนื้อหาในเดทพูลเอง ก็คงจะไม่สามารถพูดได้ว่ามันจะเหมาะกับเด็ก ๆ สักเท่าไหร่ และด้วยการพยายามมองหาหนังแนวใหม่ ที่พยายามนำเสนอเรื่องใหม่ ๆ ให้หายแก้เบื่อ และมีความโหด แต่ก็ไม่เกินพอดี ในแบบฉบับของหนังซุปเปอร์ฮีโร่

นอกจากแนวคิด ในภาพยนตร์แล้ว ก็คือเรื่องของงานด้านซีจีในตอนต่อสู้ ที่ทำออกมาได้อย่างจัดเต็ม และอลังการ ถึงแม้ว่าในเนื้อเรื่องนั้น ฉากต่อสู้แอคชั่น ก่อนที่จะถึงจุดไคลแมกซ์ จะดูธรรมดาไปบ้าง

แต่การต่อสู้ในตอนจบนั้น ก็ทำออกมาได้ไม่เลวเลยทีเดียว พร้อมกับเรื่องของเนื้อหา และบทภาพยนตร์ ที่มีการปูเนื้อเรื่อง และพัฒนาเรื่อง ได้อย่างน่าติดตาม ไม่ทำให้ตัวหนังดูไม่น่าเบื่อเลย 

ถึงแม้ว่าตอนจบแล้ว ตัวร้ายของภาคนี้ จะดูมีบทบาทกับเรื่อง และดูมีความอันตรายน้อยไปอยู่บ้าง แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นการปูเนื้อเรื่อง และสร้างพื้นฐาน ในการขยายจักรวาล แห่งโลกสไปเดอร์แมน สำหรับการทำภาพยนตร์ ในแบบฉบับของโซนี่เอง